วันพฤหัสบดีที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2559

5 หลักที่ไม่ควรพลาดในการเรียนทำเค้ก

5 สิ่งที่ไม่อยากให้พลาดในการเรียนทำเค้ก

การทำอาหาร กับข้าวบางประเภทก็ไม่ได้มีกฎตายตัวว่าจะต้องทำยังไง ใส่สิ่งใดลงไปบ้าง เพราะอาหารแต่ละชนิดแตกต่างกัน หลายประเภทมีการทำอาหารที่คล้ายคลึงกัน แต่ก็ยังมีการใช้เครื่องปรุงไม่เหมือนกันก็ แต่สำหรับการเรียนทำเบเกอรี่ หรือการเรียนทำเค้กแล้วมีข้อปฏิบัติตายตัวอยู่หลายๆข้อด้วยกัน โดยเฉพาะอัตราส่วนการใส่ส่วนผสมลงไปนั้น จะมีการตวง เนื่องจากต้องการความแม่นยำในทุกครั้งที่ทำเค้ก นั่นเอง

และการเรียนทำเบเกอรี่นั้น ผู้เรียนจะต้องมีตำราในการเรียนที่ชัดเจนไม่อย่างนั้นการเรียนทำเค้กของผู้เข้าอบรม อาจส่งผลเสีย หากคุณตัดอย่างใดอย่างหนึ่งไป เค้กของผู้เข้าอบรมก็จะไม่อร่อย นุ่มฟูอย่างที่มีขายตามท้องตลาดได้ เมื่อเป็นดังนี้แล้วนักเรียนจึงจะต้องเรียนทำเค้ก จากบ้านที่เปิดการสอนทำเค้กนั้นเอง

เรื่องการเรียนทำเค้กนั้น ก็มีบางสิ่งที่คุณไม่ควรพลาดในการเรียนรู้ 5 ปัจจัยด้วยกัน เริ่มที่ข้อแรก

1.จัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำเค้กให้พร้อม}

อุปกรณ์ในการทำเค้กนั้นมีอยู่หลากหลายชิ้น อาทิเครื่องมือเครื่องผสมอาหาร ยิ่งขาดไม่ได้เป็นอันขาด

2.สถานที่ในการเรียน

บ้านที่คุณเรียนทำเค้กนั้นส่วนใหญ่ความสะอาดจะมาเป็นอับดับแรก เมื่อคุณได้กลับมาทำเองที่บ้าน ห้องครัวที่จะทำเค้กหรือเบเกอรี่นั้น ก็ต้องสะอาดด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นเค้กของคุณอาจจะมีฝุ่นผงปนเปื้อนได้

  1. คุณภาพวัตถุดิบถือเป็นสำคัญ

คุณภาพของวัตถุดิบถือเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยในการทำเค้ก การเลือกวัตถุดิบที่ดีมาใช้ในการเรียนทำเค้กก็มีผลทั้งรสสัมผัส และหน้าตาของเค้กด้วยเหมือนกัน

  1. โรงเรียนสอนทำเค้ก

การเลือกสถาบันในการเรียนทำเค้กนั้น ทางที่ดีควรเลือกสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือสักหน่อย ด้วยการการันตีคุณภาพของวิชาเรียนที่ทางโรงเรียนได้รับการตอบรับจากผู้เรียนในทางที่ดี เมื่อเราได้เรียนทำเค้กมาจากสถานที่ที่ดี การจะทำเค้กเป็นของผู้เรียนก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว

5.ค่าใช้จ่ายในการเรียน

เรื่องของค่าเรียนแต่ละคอร์สก็เป็นสิ่งที่มองข้าไม่ได้ด้วยเช่นกัน แต่หากเป็นมือใหม่แล้วหละก็ ควรสรรค์หาสถาบันที่ช่วยแนะนำตั้งแต่เรื่องของการเลือกใช้อุปกรณ์ การชั่งตวงวัด เพราะคำแนะนำเล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่ดีต่อไปในอนาคต

เมื่อคุณเข้าใจเรื่องต่างๆมาถึงจุดนี้แล้ว การเรียนทำเค้กก็คงไม่ยากอีกต่อไป ทำให้สามารถตัดสินใจเลือกสถานบันสอนทำเค้กที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างไม่ต้องสงใส เมื่อคุณได้เข้ามาเรียนทำเค้กกันแล้วก็ต้องต่อยอดให้ถึงที่สุด ไม่แน่ตรงนี้อาจจะเป็นประตูบานใหม่แห่งอนาคตคุณก็ได้

 

เรียนทำเบเกอรี่



ที่มา : http://www.kruouan.com

วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2559

ตรวจสอบความพร้อมของโรงเรียนสอนทำเค้ก

ร้านสอนทำเค้ก กับสิ่งที่พึงมี 5 ปัจจัย

 

หากผู้ใดที่กำลังมีความคิดจะเรียนทำเบเกอรี่ หรือ ที่สอนทำเค้ก โดยสิ่งที่สถาบันมีนั้นคุณอาจจะต้องวิเคราะห์กันสักหน่อยว่าสถาบันที่คุณจะไปเรียนรู้นั้น เป็นแบบไหน สำหรับคนที่ได้ไปเรียนรู้มาแล้ว ก็จะบอกต่อกับคุณได้เป็นอย่างดี ว่าสถานที่เหล่านั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง และมีความพิเศษมากน้อยเพียงใด

หากคุณไม่มีเพื่อนที่เคยไปเรียนไว้คอยซักถามเรื่องราวเหล่านี้นั้น คุณก็พอที่จะหาสถาบันมีสอนทำเค้กได้ด้วยตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งสิ่งที่คุณควรจะไตร่ตรองสำหรับร้านสอนทำเค้กนั้น ก็มีจุดสังเกตง่ายๆ 5 ข้อคือ

  1. โรงเรียนสอนทำเค้ก ต้องมีชื่อ

การเรียนกับบ้านที่มีชื่อเสียงนั้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ หากเวลาทีคุณได้ลองทำและจบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถที่จะตั้งร้านหรือทำเบเกอรี่เองได้แบบไม่ยากนัก ยิ่งบอกว่าได้เรียนมาจากสถานที่ที่มีความน่าเชื่อถือแล้วด้วยละก็ จำทำให้เรามีข้อได้เปรียบเป็นอย่างมากในการทำธรุกิจ โรงเรียนที่จะยกตัวอย่างวันนี้ คือ “ครูอ้วน สอนทำเค้ก” ซึ่งที่นี้เปิดสอนมาหลายปีแล้ว ผู้สอนมีความสามารถสูง และกำลังเป็นที่รู้จักในตอนนี้เป็นอย่างมาก

  1. ร้านสอนทำเค้ก ต้องมีวิชาเรียนที่แปลกใหม่

ตามสถาบันสอนทำเค้กนั้นส่วนใหญ่แล้วจะหลักสูตรที่น่าสนใจ หรือวิชาเรียนที่มีชื่อเสียงอยู่บ้างพอสมควร เมื่อเราได้เรียนในตัวของวิชาเรียน และนำมาต่อยอดในการทำธุรกิจ จะช่วยให้ขนมของคุณ หรือเบเกอรี่ของคุณมีผู้ที่สนใจอยากทดลองชิม หรือซื้อเพิ่มมากไปอีก

3.เครื่องมือการเรียนต้องพร้อม

อุปกรณ์ในการเรียนการสอนทำเค้กนั้น คุณคงไม่สามารถไปถามได้ว่าเครื่องมือพร้อมสรรพหรือไม่ แต่คุณสามารถที่จะดูจากส่วนอื่น อย่างเช่นการช่องทางการติดต่อของทางโรงเรียนได้ด้วยเช่นกัน

4.ครูผู้สอน

เรื่องของบุคคลากรผู้สอนนั้น ถ้าได้เรียนกับบุคลากรที่อยู่ในแวดวงการทำขนมปัง หรือผู้ที่สอนทำเค้กมาเป็นเวลานานก็จะได้เปรียบมากยิ่งขึ้น ถ้าหากเป็นคนดังในแวดวงสอนทำเค้กด้วยแล้วนั้น คุณยิ่งต้องไม่พลาดที่จะเข้าเรียนในครั้งนี้

5.สถานที่เรียน

สถานที่หัดทำก็มีส่วนสำคัญในการสอนทำเค้ก ด้วยความพร้อมในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องของน้ำ ไฟฟ้า และสิ่งอำนวยความสะดวกอีกหลายอย่าง หากสถานที่ใดไม่มีความพร้อมในจุดนี้นี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้การสอนทำเค้กในครั้งนี้ราบรื่นเช่นกัน

สำหรับในข้อสงใสอื่นๆ ที่จะต้องเรียนรู้สำหรับการสอนทำเค้กนั้น ก็อาจจะต้องล่ำเรียนกันอีกมากมาย แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้นไปอีก ทุกๆคนก็ควรมีการเรียนรู้ไปบ้างบางส่วน เพื่อจะเสริมสร้างสกิลให้กับผู้เรียนได้ดีมากยิ่งขึ้น

<b><i>เรียนทำเค้ก</i></b>



ขอบคุณบทความจาก : http://www.kruouan.com

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2559

5 ข้อคำนึงก่อนลงเรียนบ้านสอนทำเค้กที่ดีที่สุด

5 ข้อสถาบันหรือโรงเรียนสอนทำเค้กที่ดี

สำหรับผู้อ่านที่ชอบการทำกับข้าว ก็อาจจะต้องแสวงหาทำขนมอบ และทำเค้กเช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการทำเค้กมากก่อน บางครั้งก็จำเป็นที่ต้องหาความรู้เพิ่มเติม แต่ก็ยังเจอปัญหาว่าที่ใดเค้าสอนทำเค้กกันบ้าง บทความนีเราจึงอยากแนะนำ5 ข้อใหญ่ก่อนรับการอบรมห้องสอนทำเค้ก หรือโรงเรียนทำเบเกอรี่ที่กำลังเป็นกระแสอย่างมากณ ขณะนี้ หากได้อบรมเข้าไปเรียนรับรองว่าได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ประทับใจอย่างไม่ต้องสงใส

 

ข้อที่ต้องคำนึงในการหา}โรงเรียนสอนทำเค้กให้กับเพื่อนๆ

  1. แหล่งที่สอนทำเค้กต้องพอมีชื่อ และไม่มีประวัติเสียหาย

โรงเรียนสอนทำเค้กจะต้องมีเป็นที่รู้จักกันสักหน่อย เพราะว่า ชื่อเสียงนั้น ก็เป็นเหมือนกันกับสิ่งที่แสดงที่จะช่วยเรื่องเกี่ยวกับความมั่นใจในการเลือกเรียนได้ในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ถ้าเป็นการสอนทำเค้กแบบเรียนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งต้องตาเข้าไปอีก

2.ควรมีประวัติการสอนมาบ้าง

หากต้องตัดสินใจเรียน กับครูสอนทำเค้กที่มีชื่อเสียงด้านที่เราต้องการอยู่บ้าง หรือเป็นการสอนทำเค้กแบบตัวต่อตัว ไม่ได้ขึ้นตรงกับสถาบันก็ทำได้เช่นกัน แต่ผู้สอนทำเค้กนั้นต้องมีประวัติการทำเค้กที่ดีด้วยเหมือนกัน หากมีการลงรูปอยู่เป็นประจำ หรือเค้กของผู้สอนมีคนพูดถึง และเป็นแฟนคลับอยู่ด้วยแล้ว จุดนี้ก็พอที่จะเป็นเครื่องมือยืนยันการสอนทำเค้ก ได้ดีที่สุด

3.เครื่องครัวต้องครบครัน

การเรียนรู้จากครูสอนทำเค้กนั้น เมื่อ นักเรียนได้ตัดสินใจเรียนแล้วเราสามารถสังเกตดูเครื่องครัวกับครูผู้สอนก่อนได้ ซึ่งเพียงแค่เราสังเกตจากเครื่องมือและวัสถุดิบก็พอที่จะคาดคะเนออกว่า ครูท่านนี้จะสอนทำเค้ก ให้กับเราด้วยอุปกรณ์แบบไหน ซึ่งอุปกรณ์ ไม่ได้สำคัญเรื่องความเก่าหรือใหม่ แต่ที่สำคัญคือ มีพร้อมหรือไม่ในการทำเบเกอรี่ชนิดนั้นๆ

 4.อัตราราคาค่าลงคอร์สก็เป็นส่วนสำคัญ

เรื่องของอัตราค่าใช้จ่ายนับว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะตอนนี้มีที่อบรมเบเกอรี่ผุดขึ้นมาอีกหลายที่ทำให้จุดนี้จึงเป็นจุดที่นักเรียนจะใช้ในการตัดสินใจเลือกโรงเรียนเบเกอรี่ และวิชาที่ตนเองต้องการเรียนนั่นเอง

5.ระยะเวลาในการศึกษา

ระยะเวลาในการอบรมมีผลไม่น้อยเลย ด้วยการเรียนรู้ เรื่องของเบเกอรี่ หรือเรื่องของเค้กนั้นบางครั้งการเรียนในชั้นเรียนอาจจะไม่พอ ต้องมีการหัดทำด้วยตนเองด้วยเช่นกัน ส่วนในวิชาเรียนนั้นการสอบถามและการเรียนรู้แก้ไขในส่วนต่างๆถือว่าจำเป็นมาก ควรเก็บเกี่ยวจากผู้สอนมาให้เยอะที่สุดอีกเช่นกัน

เมื่อทำความเข้าใจในส่วนของการหาที่สอนทำเค้กกันแล้ว ก็เริ่มเรียนกันได้เลย ในเวลาที่ครูผู้สอนทำเค้กสอนนั้น ควรมีการจดโน๊ตหรือหากมีจุดที่ไม่เข้าใจต่างๆ ก็ต้องรีบถามเพื่อประโยชน์ของตัวผู้เรียนเอง อย่าละเลยให้คำถามคาราคาซัง เพราะเมื่อหมดเวลาเรียนแล้ว คุณอาจจะทำเค้กออกมาไม่เหมือนที่เรียนมาก็เป็นได้

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2559

5 ข้อพินิจก่อนสมัครเข้าอบรมโรงเรียนสอนทำเค้กสุดฟิน

5 ข้อสถาบันหรือโรงเรียนสอนทำเค้กที่ดี

สำหรับแม่บ้านที่รักการทำอาหาร ก็อาจจะต้องคลั่งไคล้ทำเบเกอรี่ และทำเค้กเหมือนกัน สำหรับผู้ใดที่ยังไม่เคยลองทำเค้กมากก่อน บางทีก็มีคมจำเป็นที่ต้องเรียนทำเค้ก แต่ก็ยังเจาะปัญหาว่าร้านไหนเค้าสอนทำเค้กกันบ้าง ตอนนี้เราจึงอยากแนะนำ5 ข้อพินิจก่อนลงเรียนห้องสอนทำเค้ก หรือโรงเรียนทำเบเกอรี่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ หากได้เลือกเข้าไปเรียนการันตีว่าได้ทั้งความรู้และประสบการณ์ที่ถูกใจอย่างแน่นอน

 

สิ่งที่ต้องสนใจในการหา}บ้านสอนทำเค้กให้กับเรา

  1. แหล่งที่สอนทำเค้กต้องพอมีชื่อ และครบครันด้วยเครื่องมือ

สถาบันสอนทำเค้กจะต้องมีเป็นที่รู้จักกันสักนิด เพราะว่า ชื่อเสียงนั้น เปรียบเสมือนตัวช่วยที่จะช่วยไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความมั่นใจในการสมัครเรียนได้ในระดับหนึ่งเลยที่เดียว ยิ่งเป็นการสอนทำเค้กแบบเรียนเดียวด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความหน้าสนใจเข้าไปอีก

2.ควรมีประวัติการสอนมาบ้าง

ถ้าหากต้องเลือกเรียน กับครูสอนทำเค้กที่มีชื่อเสียงด้านที่เราต้องการอยู่บ้าง หรือเป็นการสอนทำเค้กแบบตัวต่อตัว ไม่ได้ขึ้นตรงกับสถาบันก็ทำได้เช่นกัน แต่ผู้สอนทำเค้กนั้นต้องมีประวัติการทำเค้กที่ดีด้วยเช่นกัน หากมีการแสดงความเคลื่อนไหวอยู่เป็นประจำ หรือเค้กของผู้สอนมีผู้พูดถึง และเป็นที่ต้องการอยู่ด้วยแล้ว ตรงนี้ก็พอที่จะเป็นสิ่งที่ยืนยันการสอนทำเค้ก ได้ดีที่สุด

3.อุปกรณ์ต้องมีครบเครื่อง

การเรียนรู้จากครูสอนทำเค้กนั้น เมื่อคุณๆได้อบรมเรียนแล้วเราสามารถสังเกตดูอุปกรณ์กับครูผู้สอนก่อนได้ ซึ่งเพียงแค่เราสังเกตจากเครื่องครัวและวัสถุดิบก็พอที่จะเดาออกว่า ครูท่านนี้จะสอนทำเค้ก ให้กับเราด้วยเครื่องครัวแบบไหน ซึ่งอุปกรณ์ ไม่ได้สำคัญเรื่องความเก่าหรือใหม่ แต่ที่สำคัญคือ มีพร้อมหรือไม่ในการทำเบเกอรี่ชนิดนั้นๆ

 4.อัตราค่าเล่าเรียนในการสอนถือเป็นส่วนสำคัญในการสมัครเป็นอย่างยิ่ง

ในเรื่องของอัตราค่าใช้จ่ายนับว่ามีส่วนสำคัญด้วยเช่นกัน เพราะในยุคนี้มีโรงเรียนเบเกอรี่เกิดขึ้นมาอีกหลายที่ทำให้จุดนี้จึงเป็นจุดที่ผู้สมัครจะใช้ในการตัดสินใจเลือกสถานที่เบเกอรี่ และขนมอบที่ตัวเองต้องการเรียนนั่นเอง

5.ระยะเวลาในการเรียน

ระยะเวลาในการเข้าอบรมมีผลอย่างมาก ด้วยการเรียนรู้ เรื่องของเบเกอรี่ หรือเรื่องของเค้กนั้นบางครั้งการเรียนในชั้นเรียนอาจจะไม่เพียงพอ ต้องมีการทำการบ้านหลังเรียนเสร็จด้วยเช่นกัน ส่วนในตอนที่เรียนนั้นการซักถามและการเรียนรู้แก้ไขในส่วนต่างๆถือว่าจำเป็นมาก ควรเก็บเกี่ยวจากผู้สอนมาให้เยอะที่สุดอีกเช่นกัน

เมื่อเข้าใจในส่วนของการหาที่สอนทำเค้กกันแล้ว ก็เริ่มเรียนกันได้เลย ในเวลาที่ครูผู้สอนทำเค้กสอนนั้น ควรมีการโน๊ตหรือหากมีประเด็นสงใสต่างๆ ก็ต้องรีบถามเพื่อประโยชน์ของตัวผู้เรียนเอง อย่าละเลยให้คำถามค้างคาใจ เพราะเมื่อหมดเวลาเรียนแล้ว คุณอาจจะทำเค้กออกมาได้ไม่ดีก็เป็นได้

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สอนทำเบเกอรี่

มุมฟินๆ กับการเรียนทำเบเกอรี่ ‘Waffle’

วันว่างงาน กับการเรียนทำเบเกอรี่ ‘Waffle’

 

‘วาฟเฟิล’ จัดเป็นเบเกอรี่อีกชนิดหนึ่งที่นิยมกันอย่างล้นหลาม ส่วนมากแต่ละเจ้าจะมีข้อปฏิบัติในการทำและเคล็ดลับที่แตกต่างกันออกไป คำว่า ‘Waffle’ เดิมที่มาจากภาษาดัตช์ ว่า wafel อ่านออกเสียงเหมือนคำว่า‘วาฟเฟิล’ ในปัจจุบัน ซึ่งที่ไปของวาฟเฟิล นั้นมีผู้พูดถึงไว้มากมาย โดยมีผู้หนึ่งกล่าวว่าจุดเริ่มต้นตั้งแต่สมัยกรีกโบราณโดยในตอนนั้นวาฟเฟิลจะมีรูปลักษณ์คล้ายเค้กแต่แบนกว่า โดยช่วงนั้น วาฟเฟิล จะมีส่วนผสมหลัก เป็นแป้งสาลี น้ำตาล ไข่ และนม ซึ่งเหมือนกันกับปัจจุบัน โดยเมื่อคนวัตถุดิบได้ที่แล้ว จะนำมาราดบนแผ่นเหล็กบางและร้อน แต่บางแหล่งก็กล่าวว่า แหล่งกำเนิดเกิดขึ้นโดยผู้ลี้ภัยชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง ที่กำลังแล่นเรือไปแสวงโชคในแถบอเมริกา เมื่อประมาณคริสต์ศักราช 1620และเป็นผู้ที่ทำให้ วาฟเฟิล เป็นที่ต้องการกันในเวลาต่อมาจนถึงปัจจุบัน

 

ตามที่ได้แนะนำไปตั้งแต่ต้นแล้วว่าวาฟเฟิลแต่ละร้านมีรูปร่างและขั้นตอนในการทำที่ต่างกัน

เปิดตัวด้วย “American Waffle” มักจะทำจากแป้งโฮลวีท กับผงฟู มีทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมตามแบบที่มี โดยจะเลือกทานเป็นอาหารเช้า ราดด้วยเนย น้ำเชื่อมเมเปิ้ลผลไม้สด ไซรัป หรือไอซิ่ง นอกจากนั้นยังนำมาทานพร้อมกับของทอดสไตล์อเมริกันอย่างไก่ทอด เบคอนทอด หรือไข่ดาว ก็ได้เช่นกัน

 

เบลเยี่ยมวาฟเฟิล หรือ วาฟเฟิล (Brussels) ทำด้วยแป้งสาลี และ ยีสต์ ซึ่งส่วนมากในเบลเยี่ยมร้านขายวาฟเฟิลส่วนใหญ่ จะให้บริการในแหล่งท่องเที่ยว และมักจะมีของโรยหน้าเป็นวิปปิ้งครีม ผลไม้สด หรือช็อกโกแลต

 

สแกนดิเนเวี่ยนวาฟเฟิล ความจริงแป้งจะเป็นแบบบาง ความจริงเป็นรูปหัวใจมีรสชาติหวาน และรับประทานพร้อมวิปครีม สตอร์เบอรี่ หรือแจมชนิดต่างๆ

 

Dutch Waffle ถือว่าเป็นขนมหวานยุคแรกๆของชาวดัตช์ ที่เกิดขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 18-19 โดยทั่วไปเป็นวาฟเฟิลแบบบางกรอบ 2 แผ่นประกบกันทำจากแป้งโฮลวีท เนยน้ำตาล ยีสต์ นม และไข่ โดยยัดไส้ด้วยคาราเมลไซรัป

 

ตามบันทึกแล้ววาฟเฟิล ยังมีอีกเยอะแยะมากมายหลายชนิดที่เราไม่ได้พรรณาไว้ในเว็บไซต์นี้ยกตัวอย่างเช่น วาฟเฟิลฮ่องกง วาฟเฟิลไส้กรอก วาฟเฟิลนมสด หรือแม้กระทั่งวาฟเฟิลอังกฤษ ซึ่งในสมัยนี้ นับว่าวาฟเฟิลเป็นเบเกอรี่ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยทำงาน ก็สามารถรับประทานได้โดยง่าย เช่นนั้นแล้ว หากนักเรียนคิดจะเริ่มเรียนทำเบเกอรี่แล้ววาฟเฟิล เป็นอีกหนึ่งคอร์ส ที่จะสามารถตอบคำถามในเรื่องใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เป็นอย่างดี พร้อมยังฝึกความสามารถในการทำเบเกอรี่ และสามารถสร้างรายได้ ให้กับตนเองอีกทางหนึ่งเช่นกัน

 

ใช้เวลามุมพักใจกับการเรียนทำเบเกอรี่วาฟเฟิล โดยในเวลานี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่มากมาย ที่จะให้คุณได้เลือกเรียนทำเบเกอรี่ตามที่คุณชื่นชอบ ตอนนี้เราจึงอยากแนะนำ บ้านสอนทำเบเกอรี่ครูอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ ที่ตอบสนองทุกความต้องการในด้าน{การศึกษาเกี่ยวกับ|การเรียนรู้|การปฏิบัติ||{การทำเบเกอรี่ โดยเฉพาะวาฟเฟิล ที่คุณก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ ในการเรียนทำเบเกอรี่มาก่อน

 

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2559

วันชิวๆ กับการเรียนทำเบเกอรี่ ‘Waffle’

วันว่างๆ กับการเรียนทำเบเกอรี่ ‘Waffle’

 

‘วาฟเฟิล’ จัดว่าเป็นของทานเล่นอีกชนิดหนึ่งที่ชื่นชอบกันอย่างแพร่หลาย โดยแต่ละประเทศจะมีกรรมวิธีการทำและสูตรที่แตกต่างกันออกไป คำว่า ‘Waffle’ เดิมที่มาจากภาษาดัตช์ ว่า wafel อ่านออกเสียงเหมือนคำว่า ‘Waffle’ในปัจจุบัน ซึ่งที่มาที่ไปของวาฟเฟิล นั้นมีผู้กล่าวไว้หลายข้อ โดยมีผู้หนึ่งกล่าวว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณโดยในตอนนั้นวาฟเฟิลจะมีลักษณะคล้ายเค้กแต่แบนกว่า โดยสมัยนั้น วาฟเฟิล จะมีส่วนผสมหลัก เป็นแป้งสาลี น้ำตาล ไข่ และนม ซึ่งมีความคลายกับยุคนี้ โดยเมื่อผสมผสานวัตถุดิบได้ที่แล้ว จะนำมาใส่บนแผ่นเหล็กแบนๆ ร้อนๆ แต่บางบันทึกก็กล่าวว่า แหล่งกำเนิดเกิดขึ้นโดยผู้คนชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่ง ที่กำลังแล่นเรือไปแสวงโชคในอเมริกา เมื่อประมาณปี 1620หลังคริสตการณ์และเป็นผู้ที่ทำให้ วาฟเฟิล เป็นที่หลงไหลกันในเวลาต่อมาจนถึงณ ตอนนี้

 

ตามที่ได้บอกไปตั้งแต่บทความด้านบนแล้วว่าวาฟเฟิลแต่ละร้านมีรสชาติและวิธีในการทำที่แตกต่างกันออกไป

เริ่มต้นกับ “อเมริกันวาฟเฟิล” โดยมากจะทำจากแป้งโฮลวีท กับผงฟู มีลักษณะกลมหรือสี่เหลี่ยมตามแต่แบบที่มี โดยจะรับประทานเป็นอาหารเช้า ราดด้วยเนย น้ำเชื่อมเมเปิ้ลผลไม้สด ไซรัป หรือไอซิ่ง ยังไม่พอ วาฟเฟิลยังนำมารับประทานพร้อมกับของทอดสไตล์อเมริกันอย่างซี่โครงไก่ทอด ฮ๊อตดอก หรือไข่ดาว ก็ได้เช่นกัน

 

เบลเยี่ยมวาฟเฟิล หรือ วาฟเฟิล (Brussels) ทำด้วยแป้งสาลี และ ยีสต์ ซึ่งจริงๆแล้วในเบลเยี่ยมร้านขายวาฟเฟิลส่วนใหญ่ จะขายในแหล่งท่องเที่ยว และมักจะมีของแต่งหน้าเป็นวิปครีม ผลไม้สด หรือช็อกโกแลต

 

สแกนดิเนเวี่ยนวาฟเฟิล รูปลักษณ์แป้งจะเป็นแบบบาง รูปทรงเป็นรูปหัวใจให้รสชาติที่หวาน และรับประทานพร้อมวิปครีม บลูเบอรี่ หรือแยมชนิดต่างๆ

 

ดัตช์ วาฟเฟิล ถือเป็นของหวานยุคแรกๆของชาวดัตช์ ที่เริ่มขึ้นในช่วงปี 1800-1900 ความจริงแล้วเป็นวาฟเฟิลแบบบางกรอบ 2 แผ่นประกบกันทำจากแป้งโฮลวีท เนยน้ำตาล ยีสต์ นม และไข่ โดยยัดไส้ด้วยคาราเมลไซรัป

 

ตามบันทึกแล้ววาฟเฟิล ยังมีอีกหลากชนิดที่เราไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้ยกตัวอย่างเช่น วาฟเฟิลฮ่องกง วาฟเฟิลไส้กรอก วาฟเฟิลนมสด หรือแม้กระทั่งวาฟเฟิลอังกฤษ ซึ่งในตอนนี้ นับว่าวาฟเฟิลเป็นเบเกอรี่ที่ได้รับความชื่นชอบเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะในวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยทำงาน ก็สามารถทานได้โดยง่าย หากเป็นเช่นนั้นแล้ว หากคนไหนคิดจะเริ่มเรียนทำเบเกอรี่แล้ววาฟเฟิล เป็นอีกหนึ่งหลักสูตร ที่จะตอยโจทย์ของคุณในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เป็นอย่างดี พร้อมยังฝึกความสามารถในการทำเบเกอรี่ และสามารถสร้างรายได้ ให้กับตนเองอีกทางหนึ่งเช่นกัน

 

ใช้เวลามุมสงบกับการเรียนทำเบเกอรี่วาฟเฟิล โดยในเวลานี้ มีโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่มากมาย ที่จะให้คุณได้เลือกเรียนทำเบเกอรี่ประเภทที่คุณชื่นชอบ ตอนนี้เราจึงอยากแนะนำ บ้านสอนทำเบเกอรี่ครูอ้วน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งการเรียนรู้ ที่ตอบสนองทุกความต้องการในด้าน{การศึกษาเกี่ยวกับ|การเรียนรู้|การปฏิบัติ||{การทำเบเกอรี่ โดยเฉพาะวาฟเฟิล ที่ท่านก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีประสบการณ์ ในการเรียนทำเบเกอรี่มาก่อน

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สอนทำเค้ก

อาวุธลับ 7-11 รู้เร็ว รวยเร็ว กับ 7 วัตถุดิบ 11 อุปกรณ์สำคัญก่อนเรียนทำเบเกอรี่

เคล็ดวิชา 7-11 รู้เร็ว รวยเร็ว กับ 7 วัตถุดิบ 11 อุปกรณ์สำคัญก่อนเรียนทำเบเกอรี่

                              

ส่วนผสม วัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการเรียนทำเบเกอรี่

ผู้ใดที่สนใจเริ่มต้นเรียนทำเบเกอรี่ เรามีความจำเป็นที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับส่วนผสม วัตถุดิบและอุปกรณ์หลักๆสำหรับการทำเบเกอรี่เสียก่อน เพื่อที่จะได้ใช้งานเกี่ยวกับส่วนผสมๆต่างได้อย่างถูกต้อง ทำให้ง่ายและสะดวกต่อการคัดสรรค์นำเอามาใช้ในการทำเบเกอรี่

 

พี่ๆน้อง เรามาเริ่มกันจากส่วนผสมหรือวัตถุดิบต่างๆที่ใช้สำหรับการเรียนทำเบเกอรี่กันก่อน

ในครั้งนี้ส่วนผสมหลักที่เราใช้ในการทำเบเกอรี่นั้นมีดังนี้

1.แป้ง ซึ่งในสมัยนี้ในบ้านเรามีแป้งสาลีตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่อยู่ด้วยกันหลายยี่ห้อและหลายประเภท โดยเราควรเลือกสรรค์ใช้แป้งให้เหมาะสมกับเบเกอรี่แต่ละประเภท โดยมีทั้งแป้งสาลีที่เหมาะจะทำแต่เพียงขนมเค้ก แป้งสาลีที่เหมาะจะใช้ทำขนมปัง แป้งสาลีที่เหมาะสำหรับทำคุกกี้ หรือแป้งอเนกประสงค์ เป็นต้น ส่วนใหญ่การเลือกใช้แป้งให้ถูกต้องก็จะช่วยให้ขนมออกมาดีเช่นกัน

2.น้ำตาล เพื่อนๆ เราควรเลือกสรรค์ใช้น้ำตาลที่มีความละเอียดมาใช้ในการทำเบเกอรี่ และควรร่อนน้ำตาลก่อนเพื่อให้ได้เนื้อขนมที่น่ารับประทาน

3.สารเร่งฟู ซึ่งสามารถแบ่งออกได้อีกหลายอย่าง ดังนี้ ผงฟู (ช่วยให้ได้เนื้อขนมที่มีความฟูนุ่ม) เบกกิ้งโซดา (ช่วยให้เนื้อขนมขึ้นฟูและส่วนผสมไม่ตกตะกอน เหมาะสำหรับใช้ใส่ในส่วนผสมที่มีส่วนผสมของของหนักและมีน้ำตาลในตัว เช่น ผงโกโก้ เนื้อกล้วยหอม ยีสต์

4.ไข่ไก่ ส่วนใหญ่ไข่ไก่ควรเลือกใช้ไข่ที่มีความสด โดยพี่ๆน้องๆจะวิเคราะห์ความสดของไข่ได้จากการดูนวลที่เปลือกไข่ โดยวิเคราะห์โดยการจับเปลือกไข่แล้วรู้สึกหยาบ

5.เนย เนยสำหรับทำขนมเองก็หลายชนิด มีทั้งเนยสดเค็ม เนยสดจืด เนยทียม เนยขาว และมาการีน ดังนั้นก่อนจะนำมาใช้ต้องทำความเข้าใจให้ดีว่าเป็นเนยที่เหมาะสำหรับทำขนมชนิดใด

6.นม

7.เกลือ

 

นอกจากวัตถุดิบหลักด้านบน ในการทำเบเกอรี่ยังมีส่วนผสมต่างๆอีกมาก ที่สามารถนำมาปรับปรุงใช้ให้ได้เคล็ดวิชาที่เป็นของตัวเองและมีความอร่อยไม่ซ้ำใคร วัตถุดิบต่างๆที่ว่าสามารถแยกได้ตามรสชาติของขนมแต่ละชนิด เช่น เค้กช็อกโกแลต ก็อาจจะต้องใช้วัตถุดิบประเภทผงโกโก้เป็นหนึ่งในส่วนผสม เค้กชาไทย ก็ต้องใช้ผงชาไทยหรือน้ำชาไทยเป็นวัตถุดิบสำหรับผสมเป็นต้น

 

เมื่อเรียนรู้เกี่ยวกับส่วนผสมหลักและวัตถุดิบอื่นๆเพิ่มเติมแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนทำเบเกอรี่สำคัญๆต่างๆเบื้องต้น เพื่อที่จะได้จัดหาและเตรียมอุปกรณ์ต่างๆเอาไว้ให้เหมาะสมและครบถ้วน

สำหรับอุปกรณ์หลักๆที่สำคัญในการทำเบเกอรี่ได้แก่
1.เตาอบเบเกอรี่ สำหรับผู้เริ่มต้นอาจจะใช้เตาอบไฟฟ้าตัวเล็กๆก่อนก็ได้
2.เครื่องตีไข่ไฟฟ้า

3.ตะกร้อมือ
4.พายยาง
5.สปาตูล่า (ใช้ในกรณีทำขนมที่ต้องปาด เช่น เค้ก)
6.อ่างหรือชาม สำหรับใช้ผสมส่วนผสมต่างๆ
7.พิมพ์และถาด สำหรับอบ
8.กระดาษไข สำหรับใช้รองพิมพ์
9.หัวบีบเค้ก คุกกี้และถุงบีบ
10.แปรงทาเนย
11.อุปกรณ์การตวงส่วนผสมต่างๆ

 

เมื่อท่านผู้อ่านทุกคนเราเรียนรู้และเตรียมทั้งอุปกรณ์และส่วนผสมไปจนถึงวัตถุดิบในการทำเบเกอรี่แล้ว ก็สามารถเริ่มต้นฝึกและหัดทำเบเกอรี่ตามสูตรที่ต้องการได้เลย สำคัญกว่านั้นอย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนนะคร๊าบ หรือถ้ายังไม่กล้าลองทำก็สามารถติดต่อเข้ามาเรียนทำเบเกอรี่กับครูอ้วนได้เลยนะครับผม

 

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : สอนทำเบเกอรี่